ป๋าย เสี่ยวชุน (A Will Eternal)

A will Eternal หนึ่งความคิดนิจนิรันดร์

ป๋าย เสี่ยวชุน (A Will Eternal) นิยายจีนแปลไทย ผู้แต่ง เอ๋อเกิ่น ผู้นี้ ทุกเรื่องเขานั้นไม่เคยืำให้ผู้อ่านนั้นผิดหวังเลย นิยายคุณภาพ หนึ่งเรื่องได้ครบทุกอารมณ์ เข้าใจถึงอารมณ์เหล่าเซียน หนทางการเป็นเซียน การเติบโตไปพร้อมกับตัวละคร

” เพียงหนึ่งความคิด เขาเม่าเออร์ ตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขาตงหลิน ตีนเขามีหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ตั้งตนโดดเดี่ยวตัดขาดกับ โลกภายนอกอันแสนวุ่นวาย ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ ณ หมู่บ้านแห่งนี้ล้วนมีวิถีอันเรียบง่าย ชีวิตดำรงอยู่ได้ด้วย

การหำไร่ไถนาช่วงเวลาเช้าตรู่ คนทิ้งหมู่บ้านพาก้นมายืนอออยู่เต็มหน้าประตูทางเช้า เพื่อรอส่งหนุ่มน้อยอายุราว ๆ 15-16ปีเด็กหนุ่มคนนี้แม้จะมีรูปร่างผอมบางอ่อนแอแต่ผิวพรรณกลับขาวสะอาดสะอ้านมองดูเป็นเด็กว่า นอนลอนง่าย

เสื้อผ้าที่สวมใส่แม้จะไม่ต่างไปจากเสื้อผ้าสำหรับผู้ที่กำลังศึกษาเล่าเรียนใส่กันทั่วไป ทว่ากลับ ถูกซักซะจนขาวซีด เมื่อมาอยู่บนตัวของหนุ่มน้อยผู้นี้ ประกอบกับดวงตาใสกระจ่างที่เขามีแล้ว ยิงขับไห้เขาดู เป็นเด็กปราดเปรียว ชื่อของเขาคือ….ป๋าย เสี่ยวชุน “

— ป๋าย เสี่ยวชุน

ประวัติ ปรมจารย์ ป๋าย เสี่ยวชุน

ชื่อ : ป๋ายเสี่ยวฉุน
อายุ : 20+
เพศ : ชาย
ฉายา : เพียงพอนขาว, ป๋ายจิ๋วพั่ง, อาจารย์อาป๋าย, มารเย่, มารโรคห่า
ระดับพลัง : ขั้นก่อกำเนิด วิถีฟ้า (วิญญาณคนฟ้าห้าธาตุ)

ข้อมูลพลังของ ป๋าย เสี่ยวชุน

ระดับความเร็วความเร็วพื้นฐานของ ก่อกำเนิด : เคลื่อนที่ด้วยความเร็วเหนือแสง
ความเร็วพื้นฐานของ ร่างกาย : เคลื่อนที่ด้วยความเร็วเทียบเคียงเหนือแสง

[ความทนทานด้านธาตุ]

—ความร้อน : ป๋ายเสี่ยวฉุนเนื่องจากฝึกผิวหนังคงพันจึงมีผิวหนังที่แข็งแกร่งผสมผสานกับเนื้อหนังวัชระมิวางวายเป็นเนื้อหนังมังสาสุดจะแข็งแกร่ง เรียกได้ว่าไร้เทียมทานเขาจึงมีความต้านทานเพลิงสูงมากครั้งหนึ่งเคยโดดลงทะเลเพลิงลาวาเพื่อว่ายลาวาเหมือนว่ายน้ำข้ามฝั่งได้อย่างสบายๆ
—ความเย็น : เนื่องจากป๋ายเสี่ยวฉุนฝึกวิชาเหมินเลี้ยงความคิดทำให้เขามีความต้านทานต่ออุณหภูมิติดลบอยู่มากมาย เขาเคยตกลงไปในน้ำเย็นหมื่นปี ที่หากใครก็ตามตกลงไปต้องตายในทันที แต่เขากลับมีความต้านทานสามารถแหวกว่ายบนน้ำเย็นหมื่นปีได้
—สายฟ้า : เขาสามารถต้านทานสายฟ้าที่ฟาดผ่ามา ซึ่งสายฟ้ามีความรุนแรงระดับรวมโอสถช่วงกลางและช่วงท้าย มันไม่เพียงแต่สร้างความเจ็บปวดใดๆ มันยังทำให้ป๋ายเสี่ยวฉุนรู้สึกสบายเหมือนได้ปลดปลงอย่างเลี่ยงไม่ได้


—☆|||ทักษะ|||☆—

••วิชาปราณม่วงควบคุมกระถาง ขั้น 1-3
-ขั้นยกหนักเสมือนเบา : สามารถใช้การควบคุมปราณยกสิ่งต่างๆที่มีน้ำหนักมากให้เหมือนเบาได้ ขึ้นอยู่ตามความหนาแน่นของระดับปราณม่วงควบคุมกระถาง เปลี่ยนพลังวิญญาณให้เป็นเส้นไหมความหมายไม่ใช่ตามชื่อ ‘ยกหนักเสมือนเบา’ หากแต่มีความหมายแฝง พลังวิญญาณคือยกหนักจะต้องแปรเปลี่ยนเป็นเส้นไหมคือเสมือนเบา นี่จึงเป็นทักษะควบคุมอย่างมาก แน่นอนว่าสามารถใช้เส้นไหมยกของทุกอย่างขึ้นได้ราวกับไร้น้ำหนัก
••วิชาปราณม่วงควบคุมกระถาง ขั้น 4-8
-ขั้นยกเบาเสมือนหนัก : คือการระเบิดพลังวิญญาณใส่วัตถุใดให้มีน้ำหนักมากขึ้นซึ่งต้องใช้การควบคุมอย่างมากสามารถแปรเปลี่ยนจาดใบไม้ที่ไร้ซึ่งน้ำหนักมากมายอะไรเป็นหนักมากกว่าหนึ่งจวิน [จวิน = 30 ชั่ง(จิน) หรือประมาณ 15 กิโลกรัม]
-ขั้นลมปราณม่วงแปลงกระถาง : สร้างกระถางที่มีพลึังวิญญาณเต็มเปี่ยมด้วยยักหนักเสมือนเบาโดยการใช้เส้นใยวิญญาณควบคุมปราณม่วงแปลงเป็นกระถางก่อนที่จะแปรเปลี่ยนให้มันเป็นเบาเสมือนหนักเพิ่มน้ำหนักและความรุนแรงของการระเบิดขึ้น เมื่อป๋านเสี่ยวฉุนอยู่ขั้นที่หกลมปราณสามารถระเบิดมันออกจนพสุธาสั่นไหวไปทั่วร้อยจั้ง (จั้ง= 3.33 เมตร ร้อยจั้งก็ประมาณ 333 เมตร)
*ขั้นล่าง – กระถางหนึ่งใบ
*ขั้นกลาง – กระถางสองใบ
*ขั้นบน – กระถางสามใบ สามารถหลอมรวมเป็นกระถางยักษ์หนึ่งใบพลานุภาพสะท้านฟ้าสะเทือนดิน

—☆|||ยาตัน|||☆—

ยากระสันซ่าน : กระตุ้นกามารมณ์ของสัตว์เพศผู้ทุกชนิดเกิดความบ้างคลั่งไล่ย่ำยีสัตว์สายพันธุ์คล้ายเคืองหรือสายพันธุ์เดียวกันอย่างบ้าคลั่ง ยกตัวอย่างเช่น นก หากได้รับยานี้ไปมันจะไม่กระตุ้นกามารมณ์แค่กับนก แต่ยังจะไปย่ำยีสัตว์มีปีกทุกชนิดเช่นไก่ นับว่าร้ายแรงอย่างยิ่ง ทั้งยานี้สัตว์ยังพุ่งใส่ราวกับว่าพบของที่อร่อยที่สุดในโลกไม่ว่าจะฝึกมาดีก็ไม่สามารถต้านทานแรงดึงดูด
–ยานารีหอม : ยาคู่กับยากระสันซ่านเป็นตัวกระตุ้นยากระสันซ่าน หากสัตว์เพศผู้ชนิดไหนได้รับยากระสันซ่านเข้าไป แล้วปายานารีหอมไปใส่สิ่งมีชีวิตชนิดไหนมันก็จะดึงดูดสัตว์ที่กินยากระสันซ่านเข้าไปอย่างเรียงไม่ได้ ยานารีหอมไม่จำเป็นต้องให้กลืนเพียงแค่บดเป็นผงก็ใช้เป็นสิ่งล้อลวงสัตว์ที่กินยากระสันซ่านได้แล้ว
ยาหุบปาก : ยานี้ป๋ายเสี่ยวฉุนสร้างมันตอนอยู่ภายในหุบเขาอสรพิษ หลังจากที่มันกินลงไปแล้วผ่านไปไม่นานมันจะมีเมือกออกมาจากตัวมันเองทำให้ไม่สามารถเปิดปากได้อีก ไม่สามารถขู่หรือพ่นพิษได้ และจากนั้นไม่นานงูที่กินยสานี่เข้าไปจะบ้าคลั่งกันทำให้ร่างกายร้อนรุ่มดิ้นรนฟาดตัวเองกับพื้นดินอย่างบ้าคลั่ง… และยังสามารถแผ่ระบาดได้ผ่านการผายลมของตัวที่กินยาเม็ดนี้ (และหากเอายาแก้ในรูปแบบควันอีกชนิดให้มันจะทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นอย่างน่าตะลึงและบ้าคลั่ง – และถ้าหากเอายาแก้ชนิดที่สองให้มันอีกในรูปแบบควันจะทำให้มันกลายพันธุ์เป็นงูมีเขามุดดินไปไหนก็ได้)


สุดยอดยาปี้กู่ : รวบรวมเอาแต่ส่วนที่ยอดเยี่ยมของฟ้าดิน เมื่อกลืนลงไปแล้วสามารถทําให้คนได้รับการชดเชยในระยะเวลาหนึ่ง ช่วยระงับการเผาผลาญในร่างกาย ขณะเดียวกันก็ทําให้พลังวิญญาณเข้มข้นเปลี่ยนแปลงอยู่ในร่าง กลายมาเป็นนุ่มนวลกว่าเดิมจนสามารถดูดซับได้!
ยารวมวิญญาณ : ยาที่สามารถดึงดูดวิญญาณในรัศมีหลายร้อยจั้งเข้ามาในเม็ดยาชั่วพริบตา
–ยารวมวิญญาณ-อัพเกรด : วิญญาณพยาบาทภายในระยะหลายหมื่นจั้งถูกดูดเชามาและระเบิดออกพร้อมกับเป็นพลังชำระล้างดวงวิญญาณ
เตาหลอมระเบิด-ยารวมวิญญาณ
ขนาดหลายสิบจั้ง : สร้างคลื่นความร้อนระเบิดทำลายล้างทุอย่างในระยะหมื่นจั้งและมีพลังกระชากดวงวิญญาณเผาพลาญดวงวิญญาณในระยะหมื่นจั้ง ระเบิดแรกัมปนาทสะท้านฟ้าเพียงพอจะสั่นภูเขาให้ถล่มราบ
ขนาดหลายร้อยจั้ง : สร้างคลื่นระเบิดที่รุนแรงสุดแสนเหมือนขนาดสิบจั้ง เพียงแต่แรงระเบิดนั้นมีมากกว่า ทั้งยังเมื่อระเบิดจะทำให้เกิดควันหลากสีทำให้เกิดโรคระบาดติดต่อกันออกไป
ยาหลอนประสาท : กระตุ้นสิ่งที่ต้องการภายในจิตใจของผู้ที่กลืนมัน ทำให้เห็นภาพหลอที่เหมือนจริงอย่างมาก
ควันท้องร่วง : เมื่อป๋ายเสียวฉุนหลอมยาประหลาด ทำให้เกิดโรคท้องร่วงเมื่อใครสูดควันดำที่ออกมาจากเตาหลอมจะท้องร่วงตลอดวันคืน
สายฟ้าชำระล้างโอสถ : เมื่อมีสิ่งเจอปนในยามากไป ป๋ายเสียวฉุนจึงใช้วิธีเรียกสายฟ้าชำระโอสถมากำจัดสิ่งเจือปนด้วยสมุนไพรจำพสกสายฟ้า มันมีมากนับพันนับหมื่นเส้นสามารถล่มภูเขาได้เลยทีเดียว
ฝนกรด : เนื่องจากการกำจัดสิ่งเจือปนด้วยสายฟ้ารุนแรงเกินไป จึงหันมาใช้วิธีอื่นแต่ทว่ามันก็เกิดควันจนไปกับนท้องฟ้าและตกลงมาเป็นฝนกรดมีลักษณะคลายโคลนหลอมละลายม่านพลังและเสื้อผ้า

—☆|||อาวุธ, อุปกรณ์|||☆—

••กระบี่ไม้หลอมพลังจิต 4 ครั้ง : กระบี่ไม้ที่ตัดเหล็กกล้าได้ราวกับเนยหลังจากผ่านการหลอมพลังจิตมานับครั้งไม่ถ้วน (มีมากหลายเล่ม)
••หมอกระดองเต่าหลอมพลังจิต : หมอที่แข็งแกร่งสุดพรรณนาสามารถหลอใรวมพลังจิตโดยใช้ไฟหลากสียิ่งมีหลายสียิ่งหลอใด้เนอะ ระดับความทนทานของหม้อนับว่าไร้เทียมทานยังได้เลย
••กำไลมือ : ของขวัญที่ได้จากหลี่ชิงโหว โดยการที่เขานำไปมันยาไปแลกกับสำนักธาราโอสถเมื่อกระตุ้นส่งพลังวิญญาณลงไปในกำไลแล้วจะมีพลังงานสีดำออกมาครอบคุมร่างกายปกป้องทุกทิศทาง มีพลังป้องกันที่สูงส่งอย่างยิ่งแม้แต่กระบี่บินที่พุ่งมาด้วยความเร็วสูงยังไม่อาจทะลวง
••โล่กระสาเทพ : โล่กระสาเทพผ่านการหลอมพลังจิตมาสี่ครั้งครั้งทั้งยังเป็นอุปกรณ์ที่สร้างขึ้นโดยสัตว์วิเศษนกกระสา ทำให้พลังป้องกัน จะเหนือกว่ากำลังข้อมือเพียงแต่มันไม่ครอบคลุมทั้งร่างกาย มันเพียงครอบคลุมเบื้องหน้าเท่านั้น หากแต่กลับมีพลังป้องกันสุดจะพรรณา
••กระบี่วิหคทอง : อุปกรณ์ที่ผ่านการหลอมพลังจิตมาสี่ครั้งครั้งทั้งยังสามารถจุพลังวิญญาณลงไปแล้วทำให้บินได้อักด้วย พลังโจมตีนั้นต้องเหนือล้ำกว่ากระบี่ไม้ธรรมดาที่หลอมพลังจิตสามครั้งแน่อยู่แล้ว
••ยันต์ป้องกันตัว : เขามียันต์ป้องกันตัวเมื่อแปะใส่ร่างจะมีปราการสีใสปรากฏขึ้นรอบร่าง แม้จะไม่ได้แข็งแกร่งมากมายแต่ก็พอกันกระบี่ได้ แต่ด้วยมีมากมายมากกว่าพันอันในถุงวิเศษทำให้เขามีปราการพลังงานที่หน้าเป็นร้อยๆชั้นในคราวเดียวกันอย่าว่าแต่กระบี่เลย ขนาดปืนใหญ่ยังคงต้องถูกรั้งไว้ไม่สามารถเข้าถึงตัวเขาได้
•• ปีกแม่เหล็กวิเศษ : หลังจากกลืนไข่มุกแม่เหล็กเข้าไปทำให้เขาตัวเบา หากหยิบเอาปีกแม่เหล็กนี่ขึ้นมาใส่ถ่ายพลังวิญญาณลงไปมันก็จะหายไปปรากฏบนหลังของเขา มันมีสีเขียวมรกตบางเหมือนปีกจักกะจั่น แต่ความเร็วของมันนับว่าเพิ่มขึ้นจากการเคลื่อนไหวด้วยพละกำลังหลายเท่าตัวนัก สามารถควบคุมปีกได้เหมือนกับว่าตัวเองมีปีกแล้ว
•• ร่มราตรีนิรันร : ร่มสีดำทมิฬที่ ป๋ายเสี่ยวฉุนพบเจอในตัวคางคกบรรพกาลตัวหนึ่ง มันเป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์ระดับชั้นฟ้า แม้จะยังไม่สมบูรณ์ถึงขั้นนั้นแต่ก็นับว่าเป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่งเท่าเทียมกับพลังแฝงเร้นของสำนักใหญ่สำนักหนึ่งได้เลย! มันมีความสามารถในการดูดพลังชีวิตของอีกฝ่ายแล้วแปรเป็นพละกำลังและพลังให้กับตนเองได้


—☆|||วิชาอภินิหาร|||☆—

•• ‘วิชาอมตะมิวางวาย’
-บทมิวางวาย :
*-ผิวหนังคงกระพัน แบ่งออกเป็นสี่ขั้น
-ขั้นหนึ่ง เหล็ก > หนังเหล็กคงกระพันเปลี่ยนร่างกายเป็นสีนิลเหล็กทั้งยังมีปราณสีกดำแตกออกรอบร่างขณะแปรเปลี่ยน ทั่วทั้งร่างไม่ใช่ผิวหนังหากแต่กลายเป็นเหล็ก ทั้งพละกำลัง ความเร็ว ความแข็งแกร่ง ก็สูงเทียบเคียงกับเหล็กหนาเป็นสิบๆชุ่น(ชุ่น=นิ้ว)
-ขั้นสอง ทองแดง > หนังทองแดงคงกระพันแปรเปลี่ยนร่างกายเป็นสีทองแดง มีพลังกายภาพคุกรุ่นในร่างเหนือกว่าขั้นเหล็กไปไกลโข หากกล่าวว่าขั้นเหล็กดาบฟันผ่าไม่เข้า เช่นนั้นขั้นทองแดงศรธนูที่พุ่งมาด้วยความเร็วเหนือจินตนาการคงไม่อาจแทงทะลุ
-ขั้นสาม เงิน > หนังเงินคงกระพัน แปรเปลี่ยนจากร่างกายทองแดงเป็นสีเงินอาร่ามตา ทั้งพละกำลังหรือความเร็ว พลังป้องกันทางกายภาพ หรือพลังความทนทานแม้จะบาดเจ็บหนักเพิ่มขึ้นหลายเท่าจากขั้นก่อนหน้า ร่างกายจะแปนเปลี่ยนเป็นสีเงินแข็งแกร่งสุดจะพรรณนา เหมือนพบป่ะกับเงินที่หนาเป็น สิบๆชุ่น
-ขั้นสี่ ทองคำ > หนังทองคงกระพัน แปรเปลี่ยนจากร่างกายเงิน เป็นทองคำมีความแข็งแกร่งทุกด้านเหนือล้ำกว่าขั้นผิวหนังเงินคงกระพันนับสิบเท่า ทั้งความเร็วผราดเปรื่องยิ่งยวด หากผสมผสานกับปีกแม่เหล็กวิเศษต่อให้ผู้มากประสบการณ์ปฏิกิริยาตอบสนองเร็วยิ่ง ก็ยังยากที่จะมองตามทัน
เคล็ดลับ — ตรวนสลายลำคอ ~ ไม่มีของแข็งใดที่ตรวนสลายลำคอไม่สามารถบดทำลายได้ พลังงานในรูปแบบบีดรัด รูปลักษณ์คือปราณสีดำพุ่งออกมาจากฝ่ามือ
*-เนื้อ > แบ่งออกเป็นสี่ขั้น
-ขั้นที่หนึ่ง ร่างสิบช้างสิบผีร้าย > สิบช้างทำให้มีพละกำลังเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีอยู่ในปัจจุบันสิบเท่า และสิบผีร้ายทำให้มีกำลังเพิ่มขึ้นจากสิบช้างอีกสิบเท่ส
-ขั้นที่สอง ร่างสิบผีร้ายสิบปีศาจฟ้า > มีพละกำลังเพิ่มขึ้นจากสิบผีร้ายเป็นปีศาจฟ้าสิบเท่า
-ขั้นที่สาม ร่างสิบปีศาจฟ้าสิบอสูร > มีพละกำลังเพิ่มขึ้นจากปีศาจฟ้าเป็นอสูรสิบเท่า
-ขั้นที่สี่ ร่างวัชระมิวางวาย > มะีพละกำลังที่มากกว่าอสูร เพียงพอที่จะบดขยี้อสูรสิตนได้!
*เคล็ดลับ – ชนาเขย่าภูเขา ~ เทคนิคในการส่งกำลังในการดีดตัวอย่างรุนแรงเพียงแค่ระเบิดออกก็จะเกิดแรงส่งที่หาใดเปรียบ พุ่งทะลวงทุกสิ่งที่ขวางหน้าราวกับไม่มีตัวตน พริบตาเดียวก็หายไปไม่เห็นแม้เพียงเงาทั้งยังสร้างแรงกระแทกรุนแรงได้อย่างล้นหลาม*
*-เอ็น > ไม่ได้แบ่งออกเป็นขั้นแต่แบ่งออกเป็นร่างกายแต่ละส่วน กอปรไปด้วย แขนขาทั้งสี่ ลำตัว และศีรษะ
-ป๋ายเสี่ยวฉุนเลือกฝึกเอ็นคงกระพันที่นิ้วเท้าซ้ายเพื่อใช้เร่งความเร็วฉับพลันเวลาหนี เอ็นคงกระพันนั้นทำให้เส้นเอ็นแกร่งขึ้นนั้นหมายความว่าพลังในการดีดตัวการยืดหดของเส้นเอ็นที่แกร่งและรวดเร็วขึ้น หมายความว่าเขาสามารถใช้นิ้วที่มีเอ็นคงกระพันในการเร่งความเร็วชั่วพริบตาได้เหนือล้ำ
*เคล็ดลับ – ผนึกมิวางวาย ~ ปิดผนึกธรรมชาต ดับทำลายทุกสิ่ง เมื่อป๋ายเสี่ยวฉุนใช้ออกมาตอนฝึกเอ็นคงกระพันไม่เสร็จทั้งหมดเขาสามารถใช้ขาซ้ายที่ฝึกเอ็นคงพันเรียบร้อยกระทืบพื้นหนึ่งคราทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างดับทำลาย ธรรมชาติถูกปิดผนึกราวหับของเล่นปริแตกและสร้างอาณาเขตเฉพาะขึ้นมา ทุกสิ่งทุกอย่างในระยะร้อยจั้งถูกดับทำลายผนึกมิวางวาย! ปิดผนึกทุกสิ่งทุกอย่าง!!*
*-กระดูก > เพิ่มพลังดับทำลายและพลังป้องกันแบ่งออกเป็นสี่ขั้นโดย
-กระดูกหลอม > กระดูกหลอม แปรสภาพทั้งร่าง ระเบิดการป้องกัน!
-กระดูกกำลัง > พละกําลังไต่ทะยาน สะท้านฟ้าสะเทือนดิน!
-กระดูกฟ้า > พละกําลังผสานกับการป้องกัน นภากาศยังยากจะเขย่าคลอน!
-กระดูกคงกระพัน > กระดูกไม่สลาย!
*เคล็ดลับ – หมัดจักรพรรดืไม่ดับสูญ ~ พละกําลังกล้ามเนื้อ ใช้กระดูกเป็นรากฐาน ใช้เนื้อเป็นกําลัง ใช้หนังเป็นการระเบิด หลังจากผสานรวมเข้าด้วยกันกลายมาเป็นหมัดไม่ดับสูญ เมื่อรวมเข้าด้วยกัน หนึ่งหมัดต่อยออกไปด้วยพละกําลังของทั้งร่าง สามารถกระแทก ดับทําลายพื้นดิน อานุภาพมากมหาศาลเหนือกว่าที่ตรวนสลายคอและชนาเขย่าภูเขาจะเทียบเคียงได้! (พลังหมัดเทียบเคียงคนฟ้า)*
*-เลือด >
………………………..
2•• มังกรคชสารแปลงมหาสมุทร : วิชาอภินิหารที่ช่วยเพิ่มพละกำลังโดยพื้นฐานไม่จำเป็นต้อลเปิดใช้งานเช่น วิชาอมตะมิวางวาย หากฝึกถึงขั้นไหนก็มีกำลังพื้นฐานเพิ่มขึ้นโดยทันที วิชามังกรคชสารแปลงมหาสมุทร มีสามขั้น หากฝึกครบสามขั้นแล้วจะทำให้ธารวิญญาณแปลงเป็นมหาสมุทร กำลังกายเพิ่มขึ้นเท่ามังกรเท่าคชสาร
-ขั้นหนึ่ง > ช้างคชสาร : สร้างเงาช้างขนาดใหญ่ยักษ์มหึมามีขนปกคลุมขึ้นมาทั่สวร่าง เงาของมันปรากฏขึ้นด้านพละกำลังกายเพิ่มขึ้นเท่าช้างขนาดยักษ์ เพียงพอที่จะสั่นสะเทือนภูเขาลูกใหญ่ทั้งลูก!
-ขั้นสอง > มังกรเขียว : สร้างเงามังขนาดใหญ่ขึ่้นมาคำรามลั่นส่งเสียงสนั่นหวาดหวั่นเพียงพอที่จะหยุดกระบี่ที่พุ่งมาดุจเส้นแสงได้
-ขั้นสาม > ???? :
………………….
3•• เขตแดนธารา : “เขตแดนธารา อันดับหนึ่งแห่งสิบมหาเวทลับ วิชาอภินิหารนี้จําเป็นต้องสังเกตและศึกษาสัตว์ร้อยชนิด ก่อเกิดเป็นจิตวิญญาณแห่งชะตาตน เสกสรรขึ้นจากความว่างเปล่า ใช้ผืนน้ำกลายร่าง กําเนิดเป็นเขตแคว้นบนโลกมนุษย์”
-เมื่อป๋ายเสี่ยวฉุนระดับพลังขั้น 9 รวมลมปราณ : สามารถปลดปล่อยเขตแดนธาร ที่เป็นไอหมอกเป็นวงกว้างกว่าสองร้อยจั้ง(600 เมตร) และเมื่อกำเนิดสายธารน้ำธาราขึ้นมาราวกับว่าจะบังเกิดมิติปลิแยกออกจากมิติพร้อมทั้งเสียงคำรามของสัตว์โบราณดึกดำบรรพที่รวมสัตว์อสูรมากกว่าพันตัวในเสียงๆเดียวมีเอกลักษณ์เยิ่ง และสิ่งที่ปรากฏออกมาจากธารธาราหรือรอยแยกมิตินั้นคือปุ่มกระดูกหนึ่งชิ้น ย้ำนะว่าปุ่มกระดูกแค่หนึ่งชิ้นแต่มันสูงเสียดฟ้าเท่าภูเขาลูกใหญ่ที่สูงสองร้อยจั้ง(600 เมตร) พลังพลานุภาพสยบสัตว์อสูรปีศาจทุกชนิด! แต่แน่นอนว่าย่อมเผาผลาญพลังไปเยอะเช่นกัน
-เมื่อป๋ายเสี่ยวฉุนระดับพลังขั้นสร้างฐานราก : สามารถปลดปล่อยเขตแดนธาราได้รัศมีโดยรอบร้อยจั้ง! และสิ่งที่ปรากฏขึ้นมาจากธาราน้ำกว่าร้อยจั้งยังคงเป็นแค่ปุ่มกระดูกชิ้นหนึ่ง! ปุ่มกระดูกที่มีความสูงและใหญ่กว่าหมื่นจั้ง หากมันยังสูงกว่าก่อนหน้านับพันเท่าเพียงการพุ่งขึ้นมาจากธาราที่สร้างขึ้นก็ทำนักพรตที่อยู่ในรัศมีกลายเป็นหมอกเลือดได้!
-เมื่ออยู่ขั้นรวมโอสถ : ป๋ายเสี่ยวฉุนสามารถปลดปล่อยเขตแดนธาราในรัศมีหมื่นจั้ง แต่ทว่าสัตว์ดึกดำบรรพที่อยู่อีกฟากของเขตแดนธารายังไม่ออกมาหมุดโผล่มาเพียงหนามแหลมเรียงรายที่เห็นเพียงแค่ว่าเป็นส่วนหนึ่งเล็กๆของร่างกายทั้งหมดของมัน
-เมื่ออยู่ขั้นก่อกำเนิด : ป๋ายเสี่ยวฉุนสามารถดึงกงเล็บทั้งห้าของอสูรดึกดำบรรพขึ้นมาได้เพียงแค่กงเล็บขอมันก็ปกคลุมไปทั่วพื้นนภาราวกับแบกนภาไว้บนฝ่ามือ
……………………
4•• ไข่มุกพลังแม่เหล็ก : หลังจากเขากลืนไข่มุกนี้ลงไปทำให้ร่างกายเบาขึ้นอย่างมากและยังเคลื่อนไหวได้เร็วขึ้นหลายเท่าตัว หากระเบิดออกพร้อมกับพละกำลังอันมหาศาลแล้วนั้นนับว่าไล่จับต้องได้ยากเย็นนัก
…………………….
5•• วิชาอภินิหารควบคุมคน : วิชานี้เขาได้ทำเหมือนกับวิชาปราณม่วงควบคุมกระถางนกหนักเสมือนเบาแม้มันจะไม่ได้ควบคุมคนง่ายดุจพลิกฝ่ามือหากแต่มันพอที่จะทำให้ศัตรูหยุดชะงักการเคลื่อนไหวได้ในชั่วระยะเวลาสั้นๆซึ่งมันเหมาะแก่การลอบโจมตีหรือหลบหนีก็ตามแต่
…………………..
6•• คาถาลมปราณม่วงทงเทียน : ใช้แม่น้ำทงเทียนที่อัดแน่นไปด้วยพลังวิญญาณหากใครตกลงไปอย่าว่าแต่ร่างกายแม้แต่จิตวิญญาณยังดับสลายหายไปฃด้ แต่วิชานี้เอาแม่น้ำทงเทียนมาฝึกใส่ลงไปในร่างกายแล้วล่อเลี้ยงร่างกายให้แกร่งขึ้น !
*เคล็ดลับ – เนตรทงเทียน ~ เมื่อเบิกเนตรดวงที่สามออกจะทำให้เขาสามารถควบคุมสิ่งของได้ ! ควบคุมผ่านทางสายตา! นอกจากนี้ยังสามารถมองในมุมมองที่แตกต่างจากปกติได้อีกด้วย สามารถมองทะลุทุกอย่างได้ยกตัวอย่างเช่นมีสิ่งกีดกั้นหากเมื่อเนตรทงเทียนทำงานทุกอย่างล้วนไร้ผล และสามารถมองในมุมมองที่สูงได้*
……………………..
7•• เคล็ดวิชาลับ โลหิตปลิดโลกา : สร้างโลหิตจากเลือดตนเอง แต่ป๋ายเสี่ยวฉุนอาศัยพลังของวิชาอมตะมิวางวายทำให้รวบรวมเลือดได้ดียิ่งยวด หากใช้อยู่ในเขตของสำนักธาราโลหิต เขาสามารถสร้างกระบี่โลหิตขนาดมหึมาสะท้านฟ้าสะเทือนดินได้อย่างน่าหวาดหวั่น
*-สามารถใช้สร้างอาณาเขตกักกันไม่ให้ผู้อื่นออกไปได้
……………………….
8•• พืชหญ้าแปลงกองทัพ : ควบคุมพืชหญ้าโดยอาศัยความรู้ของสมุนไพรที่ศึกษามาทำให้แปลงจากพืชหรือหญ้าทุกชนิดกลายเป็นกองทัพใช้ล่าสังหารคนอื่นได้อย่างโหดเหี้ยม โดยการควบคุมที่ว่าคือการควบคุมเบ็ดเสร็จโดยใช้ความรู้แม้ว่าศัตรูจะสร้างหญ้าขึ้นมาจากพลังชีวิตหรือพลังอะไรก็แล้วแต่ หากแต่พืชหญ้าแปลงกองทัพเป็นวิชาควบคุมหญ้าเด็ดขาดโเยใช้ความรู้โอสถ! ไม่มีทางต้านทาน โดยเฉพาะป๋ายเสี่ยวฉุนที่ศึกษาสมุนไพรมามากมาย
……………………….
9•• คาถาเหมินเลี้ยงความคิด : การฝึกวิชานี้จําเป็นต้องใช้แม่น้ำทงเทียนเหมือนกัน แต่กลับไม่ได้เอามากิน แต่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างของมัน…แบ่งออกเป็นสองชนิดคือเย็นและความคิด… ใช้เวทคาถารวมความเย็น ใช้ความเย็นหล่อเลี้ยงความคิด… หากฝึกสําเร็จ แค่ความคิดเดียว เย็นเยือกไปแปดทิศ …. ความคิดคืออะไร…. “ความคิดก็คือพลังมหัศจรรย์อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นหลังจากพลังควบคุมบรรลุถึงขีดสุดแล้ว…หรือสามารถพูดได้ว่าเมื่อพลังควบคุมและจิตสํานึกรวมเข้าด้วยกันแล้วถึงจะกลายมาเป็นพลัง!”

“ลมปราณม่วงควบคุมกระถาง หล่อเลี้ยงพลังควบคุม ลมปราณม่วงทงเทียน รวบรวมพลังควบคุมมาอยู่ในเนตรอาคม เป็นการผสานรวมพลังควบคุมและจิตสํานึกในขั้นตอน ทว่าหันเหมินเลี้ยงความคิดนี้จะเป็นการผสานรวมพลังควบคุมและจิตสํานึกเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบแล้วกระตุ้นออกมา ก่อเกิดเป็นพลังความคิดที่แท้จริง ครั้นแล้วจึงหล่อเลี้ยงบํารุง…”
*เคล็ดวิชา – ภูเขา น้ำแข็ง ~ สร้างภูเขาน้ำแข็งขึ้นมาในชั่วพริบตาก่อนที่จะเพิ่มขนาดภูเขาน้ำแข็งด้วยไอความเย็นในช่วงเวลาพริบตาเดียวภูเขาก็สูงเสียดฟ้ากว่าร้อยจั้ง*
คาถาเหมินเลี้ยงความคิด ไอความเย็นแบ่งออกเป็นสี่ขั้น
-ไอความเย็นระดับล่าง > สามารถรวมเงาแห่งไอเย็นให้ก่อตัวกันขึ้นเป็นเวทแห่งความเย็น : สร้างไอเย็นก่อตัวเป็นเวทความเย็นสามารถแช่แข็งหรือควบคุมพลังความเย็นใส่ผู้อื่นได้
-ไอความเย็นระดับกลาง > สามารถทําให้รัศมีพันจั้งถูกปิดผนึกด้วยความเย็นในชั่วพริบตา : เมื่อป๋ายเสี่ยวฉุนฝึกถึงระดับนี้แล้วจะสามารถแผ่ตบะออกจากร่ากลายเป็นไอความเย็นอุณหภูมิทุกอย่างในรัศมีพันจั้งจะลดลงอย่างรวดเร็วและร่างป๋ายเสี่ยวฉุนจะหายไปแต่ปรากฏผลึกน้ำแข็งที่เหมือนป๋ายเสี่ยวฉุนไปทั่วเขตแดนไอความเย็นในระศมีพันจั้งและสามารถสลับตำแหน่งกับผลึกน้ำแข็งนั่นได้ อย่างรวดเร็วโดยอยู่ระดับเดียวกับเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเหนือแสง
-ไอความเย็นระดับสูง > ความเย็นระดับสูงสามารถทําให้ในรัศมีหมื่นจั้งกลายมาเป็นพื้นที่น้ำแข็ง และยังสามารถสร้างกระจกน้ำแข็งสะท้อนให้ร่างจําแลงลงมาจุติได้ด้วย!
-ไอความเย็นระดับสุดขั้ว > ส่วนความเย็นระดับสุดขั้ว…สามารถปิดผนึกแม้น้ำทงเทียน…ในขอบเขตที่แน่นอน (แม่น้ำทงเทียน คือแม่น้ำที่มีพลังวิญญาณเข้มข้นอย่าว่าแต่ร่างกายเลย ต่อให้โดดลงไปในแม่น้ำทงเทียนแม้แต่ัวิญญาณยังถูกดับทำลายร่างกายถูกกัดกร่อนด้วยแม่น้ำทงเทียน แม้จะแข็งแกร่งแค่ไหนก็ยากจะต้านทาน เพราะมันคือบ่อพลังวิญญาณเข้มข้นดีๆนี่เอง)
……………………….
10•• คาถาคนขุนเขา : คนและเขาผสานรวมกันกลายเป็นคนขุนเขา และเมื่อคนอยู่หน้าภูเขา จึงเรียกว่าเซียน! <-(อธิบายตรงนี้ เป็นการรวมตัวอักษรของจีน ซึ่งคําว่าเซียน 仙คือการรวมกันระหว่างอักษรคําว่าคน 人และอักษรคําว่าภูเขา 山คนอยู่หน้าภูเขาจึงกลายเป็นคําว่าเซียน 仙) คาถาคนขุนเขา ไม่ใช่วิชา แต่เป็นเวทอภินิหาร เน้นย้ำในเรื่องร่างจําแลงแปลงเป็นคนขุนเขา มีพละกําลังเหนือล้ำสูงสุด และจุดสําคัญในการคาถานี้ก็คือผสานรวมเป็นภูเขา ภูเขามีจิตวิญญาณ ทําความเข้าใจกับวิญญาณขุนเขา หากทําสําเร็จก็สามารถร่ายพลังของคนขุนเขาได้! โดยจะแบ่งออกเป็นสี่ระดับ ได้แก่ -คนขุนเขา > สร้างเงาคนขุนเขาขึ้นมาขนาดสูงหลายสิบจั้ง มีพละกำลังมหาศาลพอที่จะถล่มทลายภูเขาที่สูงเหนือเมฆได้อย่างง่ายดายนับเป็นเคล็ดลับเสมือน ตรวนสลายลำคอ, ชนาเขย่าภูเขา, ผนุึกมิวางวาย ได้เลยทีเดียว
-ดินขุนเขา >
-ฟ้าขุนเขา >
-เซียนขุนเขา >